Mr.Ronald L. Mace ศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา
ที่มา: https://projects.ncsu.edu/ncsu/design/cud/about_us/usronmace.htm
แนวคิดการออกแบบเพื่อมวลชนเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีคนพิการ และสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น แม้ว่าต่อมาจะมีการออกกฎหมายคนพิการ (The American Disabilties Act) ในปี ค.ศ. 1990 เพื่อรับรองสิทธิของคนพิการให้ทัดเทียมกับคนทั่วไป แต่กฎหมายนี้ยังใช้ไม่ได้กับสินค้าหรือบริการทุกอย่าง โดยผู้ริเริ่มแนวคิดการออกแบบเพื่อมวลชนคือ Mr.Ronald L. Mace ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นคนพิการ ได้เริ่มต้นทดลองออกแบบดัดแปลงของใช้ส่วนตัวให้สามารถใช้กับคนพิการได้ หลังจากนั้นจึงได้นำหลักการนี้มาใช้สำหรับการพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับคนพิการ และต่อยอดจนเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อมวลชน ต่อมาในปี ค.ศ. 1995 องค์การสหประชาชาติได้เผยแพร่และส่งเสริมแนวคิดในเรื่องหลักการออกแบบเพื่อมวลชน เพื่อให้คนพิการได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตในอาคารและสิ่งแวดล้อม ตามโครงการ Promotion of Non-Handicapping Physical Environment for Disabled Persons เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในสังคมสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่และเท่าเทียมกัน โดยไม่ต้องมีการดัดแปลงพิเศษหรือเฉพาะเจาะจงเพื่อบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยเน้นความทัดเทียมของบุคคลทุกคน ที่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่ออกแบบอย่างเดียวกันได้ อันจะเป็นส่วนช่วยลดความแตกต่างของบุคคลในด้านต่าง ๆ
การออกแบบเพื่อมวลชน มีหลักการพื้นฐาน 7 ประการ สำหรับใช้เป็นแนวคิดในการออกแบบ ได้แก่
1. มีความเท่าเทียมกันในการใช้ประโยชน์ (Equitable use) เป็นการออกแบบที่สร้างความเท่าเทียมกันในการใช้ของผู้ใช้ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกนี้ได้อย่างเสมอภาค เช่น การออกแบบเคาน์เตอร์ให้บริการของหน่วยงานต่าง ๆ หรือธนาคารที่มีความสูงต่างระดับ เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นหรือเด็กสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก
ภาพ 1 สิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างเสมอภาค
2. อ่างล้างมือในห้องน้ำสาธารณะ
ที่มา http://www.urbanwhy.com/restroom/user-oriented-toilet-design/
2. อ่างล้างมือในห้องน้ำสาธารณะ
ที่มา http://www.urbanwhy.com/restroom/user-oriented-toilet-design/
2. อ่างล้างมือในห้องน้ำสาธารณะ
ที่มา http://www.urbanwhy.com/restroom/user-oriented-toilet-design/
2. มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน (Flexibility in use) เป็นการออกแบบที่ทำให้แต่ละคนที่มีความหลากหลายได้ใช้ได้เหมือนกัน อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกควรออกแบบให้มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งาน ทั้งผู้ที่ถนัดมือซ้ายและมือขวา หรือสามารถปรับรูปแบบตามความสูงได้
ภาพ 2 สิ่งของที่ออกแบบให้เกิดความยืดหยุ่นในการใช้งาน
1. โต๊ะที่ปรับระดับความสูงได้
2. จักรยานที่ปรับความสูงของเบาะนั่งและที่จับได้ตามผู้ใช้